Categories

                 ในห้องใต้ดินซึ่งมีกำแพงหนาทึบ บรรยากาศมืดทึบชวนอึดอัดยิ่งนัก หยากไย่ใยแมงมุมเต็มไปหมด ฝุ่นเขรอะไปทั่วบริเวณ  ในบริเวณนั้นทั้งเย็น ชื้น อับจนแทบหายใจไม่ออก  ในความสลัวลางของไฟน้อยแรงเทียน จะเห็นลังกระดาษผูกเชือกวางระเกระกะเเป็นเงาตะคุ่มๆ ฝุ่นจับหนาเตอะ  ลังอะไรก็ไม่รู้มากมายซะจริง กินเนื้อที่เข้าไปเกือบครึ่งห้องแล้ว 

            ลังเล็กลังน้อยเต็มไปหมด มีทั้งลังกระดาษที่ใส่ของชำ ซึ่งมองยี่ห้อร้านไม่ค่อยจะเห็น เพราะเลอะเลือนไปหมดแล้ว มีทั้งลังใหญ่มหึมาแทบว่าจะใส่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ๆ ลงไปได้เลย เครื่องซักผ้ารุ่นเก๋ากึ้กตั้งอยู่ตรงมุมห้อง  แถมมีราวตากผ้าขึงอยู่ต่ำๆ อีกด้วย  ต่ำซะจนแฮร์รี่ต้องก้มลงเดินลอดตั้งแต่ตอนลงมาจากบันไดขั้นสุดท้ายจนกระทั่งถึงอีกฟากหนึ่งของบริเวณนั้น

           ตรงลังใส่เครื่องเขียนสองลัง และตู้เหล็กซึ่งตั้งชิดริมฝาผนัง ตรงนั้นเมียของเขา...เฮเลนก้มอยู่ข้างๆ ถังน้ำ  หล่อนกำลังใช้ผ้ารองน้ำก๊อกอยู่ 

         เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของสามี จึงเงยหน้าขึ้นมอง แต่ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำธุระต่อไป  หล่อนบิดผ้าในมือจนกระกระทั่งหมาด แล้วเดินตรงไปหาเด็กหญิงผู้เป็นบุตรสาว  ซึ่งนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงอยู่บนโต๊ะ ที่โต๊ะนั้นมีลิ้นชักใส่เครื่องมือกระจุกกระจิก เช่น ไขควง กลอนอะไรต่ออะไรจิปาถะ

        ท่าทางหล่อนเนือยๆ ยังไงชอบกล หล่อนสวมกระโปรงชุด มีเสื้อสเว็ทเตอร์สวมทับอีกชั้นหนึ่ง  ส่วนเสื้อโค้ตตัวหนาเตอะนั้น เอาไปรองให้เด็กน้อยนอนบนโต๊ะ  แล้วตลบชายเสื้อปิดหน้าอกและขาไว้ให้หนูน้อยผู้น่าสงสาร หล่อนก้มตัวลงไปใช้ผ้าลูบไล้ เช็คหน้าตาให้ลูกด้วยความรัก ความสงสารและห่วงใย

        ผู้เป็นพ่ออเดินตามหลัแม่มายืนมองดูลูกอยู่เงียบๆ เฮเลนพยายามปรนนิบัติพัดวีลูกน้อยอย่างดีที่สุด  หล่อนดึงชายเสื้อให้กระชับตัวลูกน้อย  พูดกับสามีโดยไม่หันหน้ามามอง

        "คาเร็นไข้ขึ้นสูง ตัวร้อนจี๋เลย"

        แฮร์รี่ถอนหายใจเฮือก มองลูกสาวอย่างกังวล  เอ่ยกับภรรยาว่า

        "ข้างบนมีคนอยู่สองคน"

        "สองเหรอ  ใครล่ะ"  หล่อนถาม  น้ำเสียงกระตือรือร้นจนเห็นได้ชัด

         "อืมม์"  เขาพยักหน้ารับพร้อมกับครางในลำคอ

         "ไมม่อยากให้แม่ไปยุ่งกับเขาหรอก"

         เฮเลนนิ่งเงียบไม่โต้ตอบว่ากระไร  ส่วนแฮร์รี่เมื่อพูดไปแล้ว ก็เงี่ยหูคอยฟังคำตอบว่าผู้เป็นภรรยาจะเห็นด้วยกับความคิดของตนหรือไม่

         "เออ  แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า เหตุการณ์ข้างบนไปถึงไหนกันแล้ว"   เขาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น พร้อมกับยักไหล่ มือคลำหาซองบุหรี่ที่กระเป๋าเสื้อ เมื่อพบว่ามีแต่ซองเปล่าก็อุทานด้วยความหัวเสีย 

        "อุวะ หมดเกลี้ยงเลย"   คว้าซองบุหรี่ขึ้นมาขย้ำจนยับยู่ยี่แล้วปาลงพื้นด้วยความหงุดหงิดและความอยาก แต่แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นวองบุหรี่อีกซองหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ จึงรีบสาวเท้าเข้าไปหยิบขึ้นมาด้วยความดีใจ  แต่แล้วก็ต้องพบกับความผิดหวังอย่างแรง  เมื่อพบว่ามีแต่ซองเปล่าอีก 

       "ไอ้หอกเอ๊ย...ไม่มีซักมวน"

        เฮเลนยังคงก้มหน้าก้มตาใช้ผ้าเช็ดตามหน้าตา ให้ลูกอยู่โดยไม่สนใจอาการวุ่นวายของสามี แฮร์รี่มองลูและเมียอยู่เป็นครู่ จึงเอ่ยขึ้น

        "ดีขึ้นบ้างไหม....ไข้ลดลงบ้างหรือเปล่า ??"  เขาถามห้วนๆ

        เงียบไม่มีคำตอบใดๆ  จากผู้เป็นเมีย  ส่วนลูกสาวก็นอนนิ่งเงียบไม่ไหวติง

        เหงื่อเม็ดโป้งๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้าและหัวล้านของเขา  กลั้นใจคอยฟังคำตอบเมียอยู่เป็นครู่  เมื่อไม่มีคำพูดใดหลุดพ้นจากริมฝีปากของหล่อน  เขาก็เสเปลี่ยนเรื่องพูด

        "พวกนั่นมันงี่เง่าชะมัด ดันทุรังจะอยู่กันข้างบนไม่ยอมลงมา พูดยังไงๆ ก็ไม่ยอมเชื่อว่าที่นี่ปลอดภัยกว่าอยู่ข้างบน"

        เขาล้วงลงไปในกระเป๋าถือของภรรยา ควานหาวองบุหรี่จนกระทั่งเจอ  รีบฉีกซองออกมือสั่นระริกด้วยความอยาก ดึงบุหรี่ออกมาสูบ  อัดควันเข้าปอดจนสำลัก

        "พ่อพยายามอธิบายให้พวกเขาฟังว่า อยู่ข้างบนนั้นไม่ปลอดภัย เขาก็ไม่เชื่อกัน เรามีกันอยู่ไม่กี่คน จะมีแรงไปสู้รบปรบมือกับผีห่าตั้งโขยงได้อย่างไร  บ้านนี้รึก็มีประตูหน้าต่างเยอะแยะ  มันจะแห่กันเข้ามาฉีกอกเมื่อไรก็ไม่รู้? "

        เฮเลนไม่โต้ตอบว่ากระไร  หล่อนยังคงนิ่งเงียบเหมือนต้องการให้ผู้เป็นสามีรู้ว่า  หล่อนไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา แต่ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดให้รำคาญกันเปล่าๆ

        ใกล้ม้านั่ง มีวิทยุเก่าๆ เครื่องเล็กตั้งอยู่ที่พื้น แฮร์รี่เหลือบไปมองแล้วคว้าขึ้นมาถือไว้  กดปุ่มเปิดหมุนหาคลื่นวิทยุ

        "ข้างบนมีวิทยุด้วย  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกำลังออกอากาศเรื่องสถานการณ์วิกฤตินี้อยู่เป็นระยะๆ ....คงไม่ใช่เราเท่านั้นหรอก ที่ตกอยู่ในอันตราย เหตุร้ายนี้คงเกิดขึ้นทุกมุมเมือง"

        เขาพยายามหมุนหาสถานี  นอกจากเสียงครืดคราดแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีกเลย  เขาหมุนกลับไปกลับมาจะหาคลื่นวิทยุให้ได้

        เขาพยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่เจ้าวิทยุเครื่องกระจิ๋วหลิวนั่นไม่เป็นใจให้ซเลย  มีแต่เสียงดังครืดคราดเท่านั้นเอง  เขาจับวิทยุคว่ำบ้าง หงายบ้าง ตะแคงบ้าง กลับข้างบ้าง ด้วยหวังว่ามันจะรับคลื่นได้  แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เขาไม่ยอมละความพยายาม ง่ายๆ กลับเดินไปเดินมาเหมือนชะมดติดจั่นทั่วบริเวณนั้น พลางขยับวิทยุขึ้นๆ ลงๆ หลายท่าทาง...แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกน่ะแหล่ะ

       ไอ้ฉิบหาย...ทำไมถึงได้เป็นอย่างนี้วะ  แฮร์รี่หงุดหงิด งุ่นง่านหัวเสียหนักขึ้น

       เฮเลนหยุดเช็ดหน้าให้ลูกสาวแล้ว พับผ้าเรียบร้อยวางไว้บนหน้าผากของยายหนู ตามองอยู่ที่สามีซึ่งเดินถือวิทยุงุ่นง่านกลับไปกลับมาอยู่นั่น  ดูแล้วน่าเวียนหัว  แล้ท่าคาบบุหรี่ห้อยต่องแต่งไว้ตรงมุมปากนั่นก็น่าหมั่นใส้นัก

        ถึงจะเปลี่ยนวอลลุมแล้วก็ยังไม่มีเสียงอะไรเลย นอกจากเสียงครืดคราดตามเดิมเท่านั้น

        "พ่อ...."    เสียงผู้เป็นภรรยาเรียก

        เขายังไม่ยอมละความพยายามง่ายๆ  ใจจดใจจ่อจะให้มันดังให้ได้  เขาเดินไปริมฟนังห้องตรงเชิงบันไดชูวิทยุขึ้นสูง หมุน หมุน หมุน และหมุน  แต่แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกด้วยความสิ้นหวัง

        "พ่อ...ไม่ร้เลยหรือว่า  ข้างล่างนี้ห้องมันทั้งอับ ทั้งทึบ แล้วจะรับคลื่นวิทยุได้ยังไงกันล่ะ ! "

          เสียงของหล่อนคงเตือนสติเขา  จึงทำให้หายคลั่งได้  หันมาจ้องมองเมียรัก  ซึ่งทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้ และแล้วหล่อนก็ยกมือขึ้นปิดหน้า สั่นหัวอยู่ไปมา ปากเม้มสนิท

        แทนที่จะสงสารเมียและลูก เพียงชั่วครู่เดียวเท่านั้น  ความโกรธพลุ่งปราดขึ้นมาแทนที่อีก เขานิ่งอึ้ง ใบหน้าเครียด ปากกระตุกยึกยัก  เมื่อหาทางออกอย่างอื่นไม่ได้ คนพาลอย่างเขาก็ทุ่มวิทยุในมือไปที่ข้างฝาสุดแรงเกิด  วิทยุเครื่องเล็กนั่นแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เท่านั้นยังไม่พอแหกปากตะโกนก้องอีกว่า

         "เกลียด....เกลียดมันหมดทั้งแม่ทั้งลูก  อยากให้มันตายโหงตายห่าให้หมด  ตายมันอยู่ในนี้แหละ !  รู้ไม๊เฮเลน ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ไอ้ผีห่ามันแห่กันมาที่นี่เต็มไปหมดแล้ว...มันจะต้องฆ่าเราหมดทุกคน ดีแล้วละปล่อยให้ลูกมันตายอยู่ที่นี่ถอะ  จะได้ตัดปัญหาไปโว้ย  โว้ย โว้ย กูจะบ้าอยู่แล้วโว้ย "

        หล่อนเงยหน้าขึ้นมองสามี สายตาบ่งบอกความปวดร้าวจนเห็นได้ชัด  หล่อนพูดเสียงอ่อยๆ

        "พ่อ....คาเร็นกำลังตกอยู่ในระหว่างอันตราย  เรากำลังต้องการความช่วยเหลือ...ต้องการหมอ...ลูก...ลูกกำลังจะตายรู้ไม๊  เราต้องออกไปจากที่นี่  เราต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้"

        "เอาซิ  ไสหัวออกไปเลย ไปเดี๋ยวนี้เลย พร้อมแล้วไม่ใช่เหรอ ไปซิ  ฉันจะได้ไปบอกกับไอ้ผีนรกว่า ขอโทษครับผม เมียแม่ยอดขมองอิ่มและลูกบังเกิดเกล้าของผม  ไม่สบายอยู่ที่นี่ขอรับกระผม  ผมขอเข้าไปในเมืองหน่อยขอรับ...ฮึ..แหกตาดูมั่งซิ! มันมีกันตั้งกี่สิบแล้ว  แล้วก็เพิ่มขึ้นทุกทีๆ ด้วย จะบ้าตายอยู่แล้วโว้ย ! "

       เขาทั้งเยาะ ทั้งเย้ย ทั้งถากถางหล่อน  ไม่รู้ว่าทำไมซิน่า ยิ่งเขาอาละวาดคลั่งมากขึ้นเท่าไหร่ก็ดูน่าชิงชังมากขึ้นเท่านั้น  รู้สึกขมขื่นมากจนไม่อยากจะพูดอะไร  หล่อนรู้ดีว่าป่วยการที่จะตะเบ็งเสียงแข่งกับเขา  ไว้รอให้หายบ้าก่อน  หล่อนจะหาเหตุผลพูดโน้มน้าวจิตใจเขาให้เปลี่ยนความคิดเดิมให้ได้  ขืนดันทุรังทะเลาะกันตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อันใด เหนื่อยเปล่า  ตอนนี้เขายังเอาแต่ใจตัวเอง  ก็ต้องปล่อยไปก่อน  พอหายบ้าแล้ว เดี๋ยวคงพูดกันรู้เรื่อง

       "มีคนอยู่ข้างบนใช่ไม๊ ??"  หล่อนถาม 

       "เราควรจะรวมกำลงกันนะ พ่อคิดดูให้ดี  พวกนั้นก็ไม่ใช่ศัตรูของเราไม่ใช่เหรอ ไม่ว่าจะอยู่ข้างบนหรือข้างล่างมันต่างกันตรงไหนล่ะ พ่อคิดดูนะ  เขาอาจจะเป็นฝ่ายช่วยเรา...ช่วยให้เราออกไปจากที่นี่ก็ได้"

       เสียงทุบประตูดังขัดจังหวะขึ้น

       ทั้งสองคนมองหน้ากันราวกับนัดไว้ ถอนหายใจพรืด พยายามตะแคงหูฟัง

       เสียงทุบประตูยังคงดังอยู่   มันดังมาจากประตูตรงบันไดข้างบน  ทั้งพ่อและแม่ต่างก็มองจ้องอยู่ที่ลูกอย่างกระวนกระวายใจ  รักแสนรัก  ห่วงแสนห่วง  แต่ไม่รู้จะช่วยได้ยังไง  ครั้งแรกเมื่อได้ยินเสียงต่างก็คิดว่า ผีห่านรกมันคงบุกทะลวงเข้ามาแล้ว   แต่แล้วเสสียงทอมก็ดังขึ้น

        "อา"

       เสียงทุบประตูหนักมือขึ้น   แฮร์รี่เงยหน้ามองขึ้นมาที่ประตูแต่ไม่ยอมขานรับ เขากำลังสองจิตสองใจ ตรองไม่ตกว่า จำทำตามความคิดเดิมคือไม่ยอมเปิดประตู  หรือว่าจะออกไปร่วมวงกันข้างบนดี เฮเลนร้องไห้น้ำตาไหลพรากลงอาบแก้ม  ได้แต่ภาวนาร่ำร้องอยู่ในใจ  เพี้ยง!...ขอให้คุณพระคุณเจ้าช่วยโปรดดลใจให้สามีจอมดื้อของหล่อนเปลี่ยนใจด้วยเถอะ เพื่อเห็นแก่ชีวิตของลูกน้อย... ลูกสาวคนเดียวของหล่อนที่รักดังดวงใจ  โอ้ลูกน้อยของแม่ ชีวิตของเจ้าจะถึงฆาตซะแล้วหรือ  เราทำบุญร่วมกันมาแค่นี้เองบะหรือ  หากพ่อของเจ้าไม่ยอมเปลี่ยนใจ  ลูกน้อยของแม่จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ???

     เสียงทุบประตูดังหนักขึ้น เฮเลนมองสามี  หล่อนรู้ดีว่าเขาเป็นคนขี้ขลาดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เสียงทุบที่ประตูดังหนักขึ้นทุกทีๆ ครู่ใหญ่เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงขานรับแน่แล้ว คนทุบก็คงอ่อนอกอ่อนใจ  จึงหยุดแล้วมีเสียงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงดังขึ้นมาแทนที่  ทอมคงล้าเสียแล้ว  เฮเลนไม่รีรออะไรอีกต่อไปแล้ว  หล่อนวิ่งถลาไปที่เชิงบันได

       "ทอม....ทอม!! "

       แฮร์รี่วิ่งตามหล่อนไปในทันที กระชากใหล่หล่อนให้หันกลับมา  เฮเลนดิ้นรนจะให้หลุดพ้นจาการเกาะกุมของสามีปากก็พร่ำพูด

      "ปล่อย.....ปล่อย...ปล่อย พ่อปล่อย !"

      หล่อนต่อสู้จนสุดแรงเกิด สงสัยจะเป็นด้วยแรงดกดันที่หล่อนตั้งใจแน่วแน่แล้วว่า จะต้องหาทางช่วยลูกสุดที่รักให้ได้  จึงทำให้หล่อนมีเรี่ยวแรงมากมาย จนกระทั่งสามีจอมขี้ขลาดตกใจ  เขาปล่อยมือจากหล่อนพลางถอยหลังออกไปยืนมองอยู่ห่างๆ  เขาไม่เห็นหล่อนเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย  ทุกทีก็เห็นหมอบราบคาบแก้วให้เขาทุกครั้งที่อาละวาด

      เสียงทอมดังขึ้นอีก  ดังเหมือนกับลงมาพูดอยู่ใกล้ๆ หล่อน

       "อาเฮเลน  ข้างบนนี้มีอาหารการกินพร้อม มียาแล้วก็มีทุกอย่างที่ต้องการด้วย ออกมาเถอะ"

      แฮร์รี่จ้องมองที่ประตูเงียบงัน

       "อีกประมาณสิบนาที  วิทยุจะออกอากาศถ่ายทอดสดแล้ว  รายการถ่ายทอดสดของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในไงล่ะ  ขึ้นมาดูด้วยกัน จะได้รู้ว่าต้องทำยัไงกันบ้าง  ขึ้นมาเถอะ "

      เฮเลน เงยหน้าจ้องไปที่ประตู  ตะโกนตอบออกไป

      "มาแล้วทอม อากำลังจะขึ้นไปเดี๋ยวนี้ ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น"  หล่อนระล่ำระลักตอบเหมือนกลังเด็กหนุ่มจะเปลี่ยนใจ

      แฮร์รี่ยืนขวาง ทำหน้าถมึงทึงเข้าใส่หล่อน

       "จะบ้าแล้วหรือน่ะ  อึดใจเดียวเท่านั้นนะ หากผีนรกนั่นมันจับเธอได้  รับรองได้ว่าเธอต้องถูกขยี้ไม่เหลือกซากเลย  และหากมันบุกเข้ามาได้ ก็สายเกินการที่จะคิดแก้ไขอะไรได้ทันแล้ว  อย่างนี้ยังไม่รู้อีกรึว่า อยู่ที่นี่น่ะปลอดภัยกว่าเป็นไหนๆ หากเราไม่ยอมเปิดประตูให้มันเข้ามา"

       "ไม่เอา"  หล่อนเถียงเสียงเขียว  " จำไว้นะพ่อนะ แม่ต้องการจะออกไปให้พ้นจากพี่นี้ ขึ้นไปข้างบนขึ้นไปร่วมวงกับเขาเผื่อเขาจะช่วยเราได้บ้าง คาเร็นจะได้ปลอดภัย"

       หลอนพยายามระงับสติอารมณ์เต็มที่ หยุดตะโกนหยุดพร่ำ แล้วเดินตรงเข้าไปหาแฮร์รี่ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อนกว่าเดิม

      "พ่อ....ได้โปรดเถอะ  เราขึ้นไปข้างบนด้วยกันสักพักนึงนะ  ไปดูซิว่าเหตุการณ์เป็นยังไงบ้าง จะได้ฟังข้าววิทยุ  แล้วจะได้รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไรกันต่อไป เพื่อหาทางรอดพ้นไปจากนรกนี้  เราคงต้องช่วยกันคิด  ช่วยกันทำนะพ่อนะ เชื่อแม่สักครั้งเถอะ"

      ท่าทางแข็งกร้าวของเขาอ่อนลง  เขาใช้นิ้วคีบบุหรี่ที่มุมปาก  อัดควันเข้าปอดจนเต็มที่แล้วหลังจากนั้นจึงเหวี่ยงก้นบุหรี่ลงพื้นใส้ส้นรองเท้าขยี้จนดับ

      เสียงทอมเร่งเร้าดังขึ้นมาอีก

      "อา...คุณเบ็นขึ้นไปเจอ ที.วี. ที่ชั้นบนแล้ว  ขึ้นมาเร็วๆ เถอะ มาดูรายการสดของกองอำนวยการฯ ดีกว่า เร็วๆ เข้า จวนจะได้เวลาถ่ายทอดแล้ว"

     แฮร์รี่มีทีท่าลังเลใจ  เฮเลนพยายามพูดปลอบใจเขา  น้ำเสียงของหล่อนอ่อนโยน ไม่ทำให้เขาเกิดความกระดากใจว่าจะต้องทำอะไรที่ค้านกับความคิดเดิมของตน

      "ไปเถอะพ่อ ขึ้นไปดู ที.วี.กันเถอะ จะได้รู้ว่าเราควรจะต้องทำอะไรบ้าง  บอกพวกเขาก็ได้ว่า แม่เองเป็นคนต้องการจะขึ้นไปข้างบน"

     "เอางั้นเหรอ"  แฮร์รี่ถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก

     "ถ้างั้นก็ตาใจ  เธอตัดสินใจเองนะ ขึ้นก็ขึ้นแล้วอย่ามาโทษกันไม่ได้นะ  หากมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น"

      หล่อนเมินหน้าไปจากเขา  เดินนำขึ้นบันไดไป โดยไม่โต้ตอบอะไรทั้งสิ้น  หล่อนเดินหน้า เขาเดินหลัง ทั้งนี้เพื่อแสดงให้คนข้างบนรู้ว่า  นี่เป็นเพราะหล่อนเองนะที่ต้องการจะขึ้นมา

      ทั้งสองผัวเมียช่วยกันงัดตะปูที่ตอกไว้บนไม้กระดานออก.......

 

       *** จบบที่ 5 ***        

        

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry