Categories

Return of the living dead:ผีอมตะ(บทที่ 6)

posted on 14 Feb 2008 09:21 by bookaholic  in Books

***Return of the living dead ก็มาถึงบทที่ 6 แล้วนะครับ ความตื่นเต้นก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ชะตากรรมของเฟรดดี้แฟนหนุ่มของทิน่าจะเป็นอย่างไรกัน ติดตามได้เลยครับ ***

             เฟรดดี้รู้สึกตัวฟื้นขึ้น  ขยับแขนขาทีละน้อย ปวดหัวจนแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ  ครางขึ้นเบาๆ  กระพริบตาปริบๆ   สายตายังพร่าพรายมองไม่ชัด   พยายามลำดับความทรงจำทีละน้อย  จนกระทั่งกระจ่างชัดขึ้น  ขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว  กราดสายตามองไปรอบห้อง

          นึกออกแล้ว......เขาหมดสติไปหลังจากที่แก๊สพิษระเบิดออกมา....

          ถังโลหะยังกลิ้งโคโร่อยู่ในที่เดิม  แต่ในถังไม่มีศพแล้ว ?!?!

          พยุงร่างโซซัดโซเซลุกขึ้น  ปวดเจ็บตามเนื้อตัว คอขมและแห้งเป็นผง  พยายามตะเกียกตะกายขึ้นบันไดแต่ไม่สำเร็จ  พลาดลื่นล้มลงมา   พยุงตัวเองลุกขึ้นอีก แล้วก็โก่งคออาเจียนออกมาอย่างแรง

          แฟรงค์ เนลโล ฟื้นแล้ว  ลืมตามองไปรอบตัว ส่งเสียงครางออกมา  พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง โก่งคออาเจียนเช่นกัน  จนกระทั่งปวดมวนในท้องต้องเอามือกดไว้แน่น  ลุกขึ้นไปหยิบกระดาษเช็ดหน้าที่ข้างฝาออกมาเช็ดปาก  แล้วส่งม้วนกระดาษต่อไปให้เฟรดดี้

          "เป็นไงบ้างไอ้เพื่อนยาก ??" แฟรงค์ถามเสียงแหบโหย  ผิวหนังบางแห่งเป็นสีเขียว ช้ำเป็นจ้ำๆ

          "แย่...ปวดหัวแทบระเบิด  ในคอทั้งคมทั้งเหม็น"

          "แก๊สมันพลุ่งเข้าใส่หน้าเราอย่างแรง  โชคดีนะที่ไม่ตาย ขอบคุณพระเจ้า! "   แฟรงค์ยกมือขึ้นแตะหน้าผากและหัวใหล่เป็นรูปไม้กางเขน

          ทั้งสองคนเดินไปดูถังซึ่งล้มกลิ้งอยู่  มองเข้าไปทางรูฝา ในนั้นว่างเปล่า  ไม่มีอะไรเลย นอกจากรอยสีดำก้นถัง  ซึ่งแสดงว่าครั้งหนึ่งเคยมีของเหลวสีดำอยู่

          "ศะ.....ศพ....หะ....หายไปไหน ? " เฟรดดี้พูดตะกุกตะกักเสียงแผ่วระโหย

         " สงสัยจะละลายเมื่อโดนอากาศภายนอก"  แฟรงค์มีสีหน้าครุ่นคิด

         "ออกไปจากที่นี่เถอะ"   เฟรดดี้ชวนเสียงสั่น

         "เกิดมาไม่เคยเหม็นกลิ่นอะไรเหมือนไอ้แก๊สนรกนี่เลย สงสัยปอดพังหมด"

         "อาการของแกแย่จริงๆ นะ  ฉันก็เหมือนกัน"

         "ขึ้นไปห้องน้ำกันก่อนนะ  ไปล้างหน้าตาปากคอซะหน่อย เสื้อผ้าเหม็นไปหมด กลิ่นแรงจริงๆ"

         "เดี๋ยว....."  แฟรงค์ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน

         "อย่าบอกนายใหญ่นะ  มีเรื่องแน่....นายจะต้องด่าว่าเราโง่  ช่วยกันทำความสะอาดห้องกันก่อน"

          ทั้งสองคนช่วยกันทำความสะอาดพื้นห้องด้วยน้ำยาทั้งที่ไม่มีเรี่ยวแรง และโผเผแทบจะขาดใจ

         "ช่วยยกลังขึ้นหน่อย  ลากไปวางไว้ที่เดิม"

         "ผมไม่มีวันแตะต้องถังบ้านี่อีกเป็นอันขาด"

         "ไม่มีอันตรายแล้ว  แก๊สระเหยไปหมดแล้ว   ถ้าไม่เลื่อนกลับเข้าที่เดิม  นายใหญ่ต้องรู้แน่ว่าเราลงมาทำอะไรที่นี่  และมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง"

         ในที่สุดเฟรดดี้ต้องยอมจำนนต่อความเห็นของแฟรงค์ ทั้งสองคนช่วยกันยกลังขึ้น  ทั้งผลักทั้งดัน จนกระทั่งไปอยู่ในที่เดิม  ใช้ฝาพลาสติกครอบไว้ตามเดิม  หยิบกระดาษเช็ดมือมาถูมืออย่างแรง

          "เหมือนเดิมแล้วนะ  ไม่มีอะไรผิดปรกติ  ในรอบสิบสี่ปีไม่มีใครซวยเหมือนเรา"

          "ออกไปได้แล้วหรือยัง ? " เฟรดดี้เร่ง

          ปวดเจ็บไปทั้งตัว  ทั้งสองคนประคองกันขึ้นบันไดไปช้าๆ   โซซัดโซเซไปตามทางเดินจนกระทั่งมาถึงห้องเย็น  ประตูห้องเปิดอ้ากว้าง   แฟรงค์พยายามออกแรงเต็มที่กระแทกประตูปิด  แต่ไม่สามารถทำได้ดังใจ  เพราะร่างกายของเขาดูเหมือนจะสูญสิ้นพลังทุกอย่างไปจนหมด ปวดเมื่อยตามเนื้อตัวและกล้ามเนื้อ  แขนเริ่มแข็งยกไม่ถนัด  ต้องใช้ความพยายามอีกหลายครั้ง

          "แย่แล้ว ฉันปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ....โอย...ปวด...ปวดจริงๆ "

          "ผมก็เหมือนกัน  อยากแช่ในน้ำอุ่นจัดๆ "

          ในห้องน้ำชายไม่มีฝักบัว จึงได้แต่ล้างหน้า ล้างมือ ล้างปากเท่านั้น

          "ค่อยยังชั่วหน่อย   แต่ก็นิดเดียวเท่านั้น"  แฟรงค์พูดขึ้นหลังจากเช็ดหน้าตาเรียบร้อยแล้ว

          พอออกมานอกห้องน้ำ  เฟรดดี้ยืดตัวสูดอากาศทำจมูกฟุดฟิด

          "ผมคิดว่าได้กลิ่นแก๊สพิษแถวนี้อีกนะ   สงสัยมันจะเข้าไปในจมูกปอดของผมเต็มไปหมดแล้ว  หรือไม่มันก็ระเหยขึ้นมาข้างบนนี้"

          "งั้นต้องเอาสเปรย์ปรับอากาศฉีดซะก่อน   จะได้ดับกลิ่นได้ " แฟรงค์เดินกลับเข้าไปในห้องน้ำ  กลับมาพร้อมกับกระป๋องน้ำยาดับกลิ่นขนาดใหญ่เดินฉีดไปจนทั่วบริเวณ  เฟรดดี้ยืนกอดอกพิงประตูห้องน้ำ มองดูการกระทำของผู้เป็นนาย

          โครม !! ...เสียงกระแทกอย่างแรง ดังขึ้นที่ชั้นในห้องเก็บศพด้านหลัง

          ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง  กระโดดจนตัวลอย  แฟรงค์หันไปมองรอบห้องอย่างหวาดๆ

          "เสียงอะไร ??"

          "เหมือนเสียงหมา"  เฟรดดี้ตอบ

          "หมา?  หมาจะเข้ามาอยู่ในนี้ได้ยังไง ?" แฟรงค์ออกเดินไปตามเสียง

          "หยุด ! ฟังซิ...."  เฟรดดี้มีสีหน้าตื่นตระหนกยิ่งขึ้น

          ทั้งสองคนหยุดเงี่ยหูฟัง  เสียงนั้นหยุดไปแล้ว  กลับมีเสียงหายใจหอบฟืดฟาดดังขึ้นแทน.... พอเดินเลี้ยวมุมห้องไปเท่านั้น  ทั้งสองคนก็ต้องตกใจจนผงะ  เมื่อสายตาประสบเข้ากับร่างๆ หนึ่ง....หมาตัวใหญ่ซึ่งอยู่ในห้องเก็บศพ  และมันมีร่างอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น   ยืนพิงอยู่หน้าประตูเหล็ก  หายใจฟืดฟาด  น้ำลายไหลยืดเป็นทางออกมาจากปาก  ดวงตาแสดงอาการดุร้าย

          "มันขึ้นมาได้ยังไงกัน ?"  แฟรงค์แผดเสียงดัง สับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก "ในเมื่อนายเช็คความปลอดภัยหมดทุกห้องแล้ว  ชิบหายละกู..."

          "มันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน ?? "   เฟรดดี้ใบหน้าซีดเผือด  

          แฟรงค์เดินไปคุกเข่าอยู่ข้างๆ  หมาผีตัวนั้น

         "ระวังโรคกลัวน้ำนะ...นี่หากไม่ติดฐานไม้ที่ตรึงยึดขามันไว้แล้วละก็  สงสัยป่านนี้คงออกเดินแล้ว  ดูซิ ! มันขยับตัวอีกแล้ว โอ!! พระเจ้าช่วย! " แฟรงค์เงอะงะทำอะไรไม่ถูก

        ซากหมาตัวนั้นเริ่มหอนและเห่ากรรโชก  พร้อมทั้งขยับตัวจะให้หลุดจากฐานไม้ที่ยึดขามันไว้  ตาซึ่งมีอยู่ข้างเดียวขุ่นขวางเหมือนหมาบ้า

        เฟรดดี้ผละถอยหลังด้วยความตกใจกลัว

        แฟรงค์รวบรวมพลังและความกล้าทั้งหมด  เขาผลุดลุกขึ้นยืน  ทำมือเป็นรูปไม้กางเขนอีกครั้งหนึ่ง

        "ฆ่ามัน"  พูดพลางสอดส่ายสายตาไปมา  เพื่อหาเครื่องมือที่จะทำตามที่พูดไว้   สายตาประสบเข้ากับไม้กลาดยาวที่วางพิงไว้ข้างฝา   ปราดไปหยิบมาถือไว้ในมือ

        "ใช้ไอ้นี่แทนกระบองก็แล้วกัน"  เขากระชากขนที่ใช้กวาดออก  ตรงเข้าไปใช้ด้ามไม้ฟาดรัวลงไปบนตัวหมาผีเต็มเหนี่ยวโดยไม่ยั้ง   โดยเฉพาะตรงบริเวณส่วนหัว   มันแผดเสียงร้องดังยิ่งขึ้น   และพยายามดิ้นรนจนสุดแรงเพื่อให้พ้นจากเครื่องพันธนาการที่ขา

      เฟรดดี้ทนดูไม่ได้  ปราดเข้ากระชากแขนแฟรงค์ไว้ ตวาดเสียงดัง

      "หยุดนะ !"

      "ปล่อย  ต้องฆ่ามัน....โอ๊ย.....ปวดแขน"

       โครม....เสียงกระแทกดังขึ้นอีกด้านหนึ่งของคลังสินค้า  ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนเหมือนกับดังมาจากนรกโลกันตร์

       ทั้งสองคนหันหน้าหันหลังเลิ่กลั่กมองหาที่มาของเสียง ใบหน้าซีดเผือดไม่แพ้กัน

       เสียงร้องและเสียงคำรามยังคงดังติดต่อกันโดยไม่หยุด  และตามด้วยเสียงทุบประตูโครมครามเหมือนจะถล่มทลาย 

       "เฟรดดี้  เสียงนี้ดังมาจากห้องเย็น"   แฟรงค์จับข้อมือเฟรดดี้ไว้แน่น   "ใครอยู่ในนั้น และมันเข้าไปอยู่ได้ยังไง ?? "

       "เฮ้ย"  แฟรงค์ทำตาเหลือกลาน  เหมือนกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้  ใบหน้าซีดขาวหนักขึ้น  ศพในลิ้นชัก !!

       "มันฟื้นแล้ว  เหมือนไอ้หมาผีตัวนั้น  ตอนนี้คงพยายามจะออกมาจากลิ้นชัก  ชิบหายหมดแล้ว ! "

       "หนีเถอะ"  เฟรดดี้กระชากข้อมือแฟรงค์ให้วิ่งตาม  แต่แฟรงค์กลับยืนนิ่งเฉย  และพูดขึ้นว่า

       "ไม่....เราจะต้องไปล๊อคประตูห้องเย็น  อย่าให้มันออกมา"   แฟรงค์สะบัดมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม  รีบวิ่งตรงไปที่ประตู  คว้ากุญแจที่แขวนไว้ข้างฝามาคล้องสายยูไว้  แล้วล็อคทันที

       "หนีไปอยู่ในห้องทำงานก่อน  หนีไปให้พ้นจากเสียงที่กำลังเขย่าขวัญและประสาทของเราก่อน  แล้วค่อยคิดกันว่าจะทำยังไงต่อไป"

       เสียงหอนโหยหวนและเห่ากรรโชกของหมาผีตลอดจนเสียงขู่คำรามด้วยความโกรธแค้นในห้องเย็น   ทำให้ประสาทของทั้งสองคนเครียดและตระหนก  จนแทบจะขาดผึงออกจากกัน

       แฟรงค์และเฟรดดี้พากันวิ่งไปที่ห้องทำงาน  ปิดประตูล๊อค  พอเข้าไปที่ห้อง แฟรงค์ก็เข่าอ่อน ฟุบลงไปที่โต๊ะทำงาน  

       "ผะ...ผม..กะ...กำ...ลัง...จะ...บ้า..ยะ..อยู่..อยู่แล้ว"    เฟรดดี้ตาเหลือกลานขณะพูด

       แฟรงค์เงยหน้าขึ้นพูด  "มันฟื้นแล้ว  เพราะน้ำยาในถังนั้น  ในขณะนี้มันกำลังอาละวาดออกฆ่าคน"

       "ไม่น่าเชื่อเลย"

       "เชื่อหรือไม่เชื่อ   แกก็เห็นด้วยตาตัวเองแล้ว"

       "เรียกตำรวจเถอะ"

       "ไม่ได้เด็ดขาด บริษัทเราจะต้องถูกปิด กิจการเจ๊ง  และเราก็ต้องถูกไล่ออกจากงาน  เบี้ยหอยอะไรก็จะไม่ได้แม้แต่สตางค์แดงเดียว เพราะทำความผิดร้ายแรง"

        "คุณยังมีเวลาห่วงเรื่องอื่นอีกรึนี่  แล้วตัวเราเองจะได้รับผลของแก๊สพิษขนาดไหนยังไม่รู้เลย"  เฟรดดี้ต่อว่าในความเห็นแก่ตัวของผู้เป็นนาย   "หรือถ้าไม่อยากเรียกตำรวจจริงๆ  ก็น่าจะโทรไปที่เบอร์โทรศัพท์ตาทที่เขียนไว้ที่ปากถัง  เพราะเขาบอกแล้วว่าให้โทรได้  ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน"

        "ถ้าโทรไป  มันมิแห่กันมาทั้งกองทัพเลยรึ ? แกชอบ ?  โดนขังคุกหัวโตด้วย เผลอๆ อาจถูกขังลืม หรือไม่ก็โดนฆ่าทิ้ง  แล้วยัดศพลงถังเหมือนไอ้ตัวนั้นที่เราดูมาแล้ว"

        "แล้วจะทำยังไง  ผมจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"

        "โทรบอกนายใหญ่ก่อน"   แฟรงค์คว้าหูโทรศัพท์หมุนหมายเลขที่ต้องการ

        เฟรดดี้เริ่มมีอาการพร่ำเพ้อ ตาลอยคว้าง

        "ซันไชน์แกตายแล้ว   นอนอืดอยู่ที่พื้นห้องน้ำ....หากมีสิ่งใดที่ฉันล่วงเกินแก  ขอให้แกอโหสิให้ฉันด้วย  อย่าจองเวรจองกรรมกันอีกเลย....ตลอดเวลาฉันสวดมนต์ให้แกอยู่เสมอ   ขอย่าให้แกถึงแก่ความตาย  แต่แล้วแกก็ตาย  ฉันไม่ต้องให้แกฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีก   ไม่ต้องการให้แกเหมือนไอ้หมาผีตัวนั้น  หรือไอ้ผีนรกที่ฉันได้ยินเสียงของมันเมื่อตะกี้นี้ในห้องเย็น  ดีแล้วที่แกตายซะได้   ป่านนี้วิญญาณของแกคงได้ไปผุดไปเกิด  หรือจุติอยู่ในสรวงสวรรค์แล้ว  แกจะได้ไม่ต้องพบกับความเจ็บปวด  ความทรมานอีกต่อไป....."

         แฟรงค์โทรไปที่บ้านเบอร์ วิลสัน  สายติดแล้ว  แต่ยังไม่มีใครมารับ  สักอึดใจใหญ่ถึงได้มีคนมารับ เบอร์ทนั่นเอง.....

         "ฮัลโหล.......นายครับ  นี่ผมแฟรงค์พูด  เกิดเรื่องใหญ่แล้ว............."

  

***  จบบทที่ 6 ****

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry