Return of the living dead:ผีอมตะ (บทที่ 12)
posted on 26 Feb 2008 11:16 by bookaholic in Books|
เมื่อได้ยินเสียงเรียกจากมีท ทิน่าเป็นคนแรกที่ย้อนกลับมาช่วยปิดประตู หล่อนตะลีตะลานช่วยทำทุกอย่าง ทั้งนี้มิใช่เพราะความกล้า แต่เป็นเพราะความกลัวสุดขีด หล่อนคิดว่าหากไอ้ผีร้ายถูกขังอยู่ข้างล่างแล้วทุกคนที่อยู่บนนี้ก็คงจะปลอดภัย โชคไม่เข้าข้าง ประตูปิดได้แต่ล๊อคไม่ได้เพราะไม่มีกุญแจ ไอ้ผีนรกเดินขึ้นมาถึงบันไดชั้นบนแล้ว มันผลักบานประตูเปิดอ้าออก ทั้งมีทและทิน่าช่วยกันโถมยันประตูไว้ มันสอดแขนออกมานอกประตู พยายามไขว่คว้าร่างของมนุษย์ที่อยู่ข้างนอก หญิงสาวเหลือบเห็นขวานอันใหญ่พิงอยู่ข้างฝา ถึงถลาเข้าไปหยิบมาถือไว้ในมือเงื้อขึ้นสุดแขนหวดกระหน่ำลงไปบนมือน่าเกลียดน่ากลัวของมัน....ฉับ....นิ้วมือหลายนิ้วของมันขาดกระเด็นเพราะความคมของขวาน นิ้วที่ขาดตกลงมาบนพื้น ดิ้นกระแด่วๆ อยู่ไปมา และเคลื่อนเข้าหาหญิงสาว หล่อนถอยหลังหนีด้วยความกลัว ฮือ.....ฮือ...ฮืออ....เสียงมันขู่คำรามด้วยความโกรธแค้น ออกแรงดันประตูหนักยิ่งขึ้น อีกมือหนึ่งทุบประตูเสีงดังสนั่นหวั่นไหว "เฮ้ย....ช่วยกันหน่อยโว้ย...." มีทตะโกนเสียงลั่นเหงื่อแตกพลั่กราวกับอาบน้ำ ทั้งสองคนช่วยกันโถมตัวยันประตูไว้ สคัซ ชัค เคซี่ย์ และเล็กซ์ หันหลังกลับมาช่วยกันยันประตู ทุกคนต่างทำเพื่อความอยู่รอดของตนเอง ยกลังมาขวางกั้นประตูไว้ ผีนรกซึ่งอยู่ข้างในโถมตัวดันเข้ามาอีก ประตูเขยิบเปิดออก มันสอดมือออกมาไขว้คว้าอีก ทิน่าจึงฟันด้วยขวานอีกครั้งหนึ่ง ฉับ....คราวนี้ฟันมือของมันขาดเสมอข้อ เสียงมันร้องด้วยความเจ็บปวดสลับกับเสียงขู่ ฮือ....ฮือ...ฮืออ...มันคำรามด้วยความโกรธแค้น กระชากแขนที่ด้วนขาดแค่ข้อมือกลับเข้าไปข้างใน "หาตะปูตอกเร็วๆ " มีทตะโกนเสียงดัง "เคซีย์ เล็กซ์ ช่วยกันหาประตูหน่อย" เคซีย์และเล็กซ์วิ่งออกไปอีกห้องหนึ่ง เพื่อหาของที่ต้องการ ขณะที่พวกที่เหลือต่างก็ช่วยกันโถมยันประตูไว้ ทั้งสองคนวิ่งกันพล่านา ในที่สุดก็หาไม้กระดานได้หลายแผ่น รวามทั้งตะปูและค้อน จึงช่วยกันแบกมาให้พวกที่อยู่ในห้อง แบ่งกำลังกันออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งช่วยกันยันประตูไว้ ปิดกั้นไม่ให้ผีนรกดันออกมาได้ โครม.....โครม...เสียงมันทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว ฮือ.....ฮือ.....ฮือ.....สมอง....สมอง..." ทุกคนในห้องถอนหายใจเฮือกด้วยความโล่งอก แต่ละคนใบหน้าซีดเผือดแทบไม่มีสีเลือด เหงื่อเปียกโชกไปทั้งร่างตามๆ กัน "โอ...พระเจ้าช่วย!...เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น..." เล็กซ์กล่าวเสียงอ่อนระโหย "เราจะทำยังไงกันต่อไป" มีทพูดขึ้น "เฮ้ย ไอ้ซูไซด์มันยังอยู่ข้างล่างนี่หว่า" ชัคอุทานเหมือนเพิ่งนึกได้ "มันตายแล้ว โดนกัดหัวเหวอะ เวรกรรมของมัน..." สคัซพูดแล้วเงียบไป สักพักจึงได้โพล่งขึ้นมาอีก "ไอ้ห่า....วิทยุกูก็อยู่ข้างล่างนี่หว่า สงสัยแม่งคงทำลายป่นปี้หมดแล้ว" " อย่ามัวเสียดมเสียดายอยู่เลยวะ ขืนลงไปเอาก็ตายโหงแน่" มีทร้องเตือน "แหมมันน่านัก...พับผ่าวะ....เสียดายจัง" "ข้างล่างไม่เห็นมีเสียงอะไรเลย" มีทพูดขึ้นอีก "ข้าปิดวิทยุตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว" "ไอ้บ้า ไม่ได้พูดถึงวิทยุโว้ย ข้าหมายความว่าไอ้ผีนรกนั่นมันไปอยู่ที่ไหน ถึงได้เงียบกริบอย่างนี้" "ลงบันไดไปแล้วมั้ง" ทิน่าเดา "หรือมีทางอื่นขึ้นมาที่นี่ได้" เคซี่ย์ออกความเห็น ใบหน้าซีดขาวหนักยิ่งขึ้น "ออกไปจากนี่เถอะ" ชัคกล่าวชวน หันไปทางทิน่า " แล้วไอ้เฟรดดี้มันไปอยู่ซะที่ไหน? ที่สุดสานหรือ ฉันเห็นเธออยู่กับมันก่อนที่จะมาที่นี่" ทิน่าพยักหน้ารับช้าๆ ไม่ยอมเอ่ยปากพูด ใจหวนนึกถึงคนรัก และคำพูดแปลกๆ ที่หล่อนได้ยินก่อนหน้านี้ เฟรดดี้และเจ้านายของเขา คงจะต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเกี่ยวพันกับไอ้สัตว์ผีรกพวกนี้เป็นแน่ ทุกคนจึงมีสีหน้าท่าทาง ตลอดจนคำพูดแปลกประหลดทั้งสิ้น "เอางี้ดีไม๊ พวกเราทั้งหมดนี่แหล่ะไปหาไอ้เฟรดดี้มันที่สุสานอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะได้ตามตำรวจมาด้วย" มีทออกความคิดเห็น "ไม่เอาโว้ย อย่าเรียกตำรวจ เอ็งไม่รู้เรอะว่าพวกมันน่ะเกลียดพวกเราอย่างกะอะไรดี ขืนไปวุ่นวายกับมัน เดี๋ยวโดนดีดไข่แตกแน่" สคัซคัดค้าน "กลัวมันทำไมวะ ไม่ใช่พ่อกูนี่หว่า" "มัวแต่เถียงกันอยู่นั่นแหล่ะ จะไปก็รีบไป" ทิน่าเร่ง เพราะอยากจะไปพบหน้าคนรักเต็มแก่ หล่อนตะปบมือลงไปบนหัว นึกขึ้นมาได้ว่า ตอนที่เกิดฉุกละหุกที่ห้องใต้ดิน หมวกที่เฟรดดี้ให้ไว้คงหล่นอยู่แถวนั้น หล่อนใจหายวาบ รู้สึกเหมือนกับเป็นลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นแก่คนรัก "ออกไปข้างนอกก็ต้องเปียกฝนอีก ดูซิ ยังไม่หายปวดแสบปวดร้อนเลย" เล็กซ์บ่นเบาๆ "ไป.........ไปโว้ย......" มีทตัดบท ออกเดินนำหน้า ทั้งหมดเดินตามกันออกมาจนกระทั่งถึงหน้าประตูพอเปิดประตูออก สายฝนซึ่งกระหน่ำลงมาเหมือนฟ้ารั่วก็สาดซัดเข้ามาจนเปียกโชก ครืน....เปรี้ยง....เปรี้ยง....ฟ้าผ่าลงเสาไฟฟ้าและต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่หน้าออฟฟิศพร้อมๆ กัน เสาล้มลงฟาดกับพื้นเสียงดังสนั่น ลำต้นของต้นไม้ฉีกออกเป็นเสียงๆ ทั้งเสาและต้นไม้ลมลงขวานถนน กีดขวางทางสัญจร ฟากฟ้ามืดครึ้มทะมึน หมอกสีเหลืองคล้ำยังลอยตัวอยู่ทั่วบริเวณ ฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นทางยาว เสียงครืนๆ ดังอยู่ตลอดเวลา เหมือนฟ้าพิโรธ "มันเกิดอาเภทอะไรกันโว้ยนี่" มีทตะโกนด้วยความหัวเสีย ที่สามารถจะออกเดินทางได้ตามที่ใจคิด "แย่แล้วว่ะ ออกไปที่สุสานไม่ได้แล้ว" สคัซบ่นขึ้นอีก "ลัดออกไปทางนี้แล้วกัน" มีทออกวิ่งนำลัดเลาะไปอีกทางหนึ่ง จนกระทั่งมาถึงหน้าสุสาน ทุกคนก็ต้องเบรคพรืดจนตัวโก่ง ที่พื้นสนามหญ้าในบริเวณสุสาน เจิ่งนองไปด้วยน้ำ พื้นดินชุ่มฉ่ำจนกลายเป็นโคลนเละสีดำ ฝาโลงศพเกือบจะทุกอันเอียงกระเทเร่ บางอันก็กระเด็นห่างออกมาจากที่เดิม เหมือนถูกใครกระชากเหวี่ยงทิ้ง ทั้งหมดยืนจ้องตาเบิ่งโพล่งอยู่ชั่วครู่ ไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นาน ตอนที่พวกเขาเข้ามา ทุกอย่างยังอยู่ในสภาพปรกติ "ถ้าจะลำบากแล้วพวกเรา สังสัยต้องว่ายน้ำไป" มีทเอ่ยทำลายความเงียบขึ้น ท่ามกลางความมืดมิด เสียงหนึ่งดังขึ้น ฮือ....ฮืออ...ฮือออ.....เสียงนั้นคร่ำครวญ แหบโหยและขู่คำรามด้วยความกระหาย ทั้งหมดหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ดวงตาฉายแววแห่งความประหวั่นพรั่นพรึง ใจสั่นระริก ใบหน้าซีดขาว สายฟ้าแลบแปลบสว่างเป็นทางยาว ห่างออกไปประมาณสิบฟุต ทุกคนก็ได้เห็น..... ท่ามกลางโคลนเละสีดำ และน้ำเจิ่งนองทั่วบริเวณ โลงศพโลงหนึ่งเอียงกระเท่เร่ แขนสองข้างโผล่ออกมาจากพื้นดิน ไขว่คว้าอยู่ไปมา เนื้อบริเวณส่วนแขนเน่าเละเทะห้อยกระรุ่งกะริ่ง ห่างออกไปอีกไม่ไกลนัก...ศพเน่าเละเทะนับจำนวนสิบๆ ศพ กำลังเดินวนเวียนอยู่ไปมา ดูแทบไม่ออกว่าครั้งหนึ่งร่างนี้เคยเป็นร่างของมนุษย์มาก่อน ดวงตาของมันห้อยร่องแร่งหลุดออกมานอกเบ้า บ้างก็มีแต่ตาขาวเหลือกกลอกอยู่ไปมา ส่งเสียงร้องคำรามด้วยความหิวกระหาย ฮือ....ฮือ....ฮือ....สมอง....สมอง......หิว....หิว...ฮือ...ฮืออ...ข้าต้องการสมอง..... สองมือที่กำลังไขว่คว้าออกมาจากโคลนเละๆ นั้น บัดนี้เจ้าของร่างอัปลักษณ์น่าเกลียดน่ากลัว กำลังโผล่หัวใหญ่โตเทอะทะเน่าเละของมันออกมาจากพื้นดินแล้ว ดวงตากลมเหลือกลานกลอกส่ายไปมาอย่างน่ากลัว มันอ้าปากส่งเสียงร้องครางโหยหวน แสดงอาการกระเหี้ยนกระหือรือ หิว....หิว...สมอง....สมอง....หอม.... "วิ่ง...." มีทตะโกนเสียงสั่น "เฮ้ย โน่น ด้านโน้น มันแห่กันมาอีกจมหูเลย" ใครคนหนึ่งในกลุ่มชี้มือไปที่อีกด้านหนึ่งของสุสานซึ่งมีร่างของผีนรกกำลังเดินโขยกเขยกเกาะกันมาเป็นกลุ่ม กลิ่นเหม็นคละคลุ้งโชยออกมาจากร่างเน่าเละของพวกมัน มันกำลังมุ่งหน้าตรงมาทางที่พวกมนุษย์กำลังนืนตัวสั่นงันงกอยู่ หิววว....หิวววว.....สมอง...งงง....หอมมม..... เสียงคร่ำครวญของมันดังกระหึ่มชัดขึ้นทุกทีๆ "ไปโว้ย" สคัซออกวิ่งก่อนเพื่อน ไม่รอใครทั้งสิ้น "สคัซ รอด้วย" เล็กซ์ร้องเรียกแฟนหนุ่มเสียงหลง แต่ฝ่ายนั้นหาฟังเสียงไม่ คนอื่นออกวิ่งตามไปจนสุดฝีเท้าบ้างก็ชนกันเอง เล็กซ์ล้มลงไปกองกับพื้น พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วก็พลาดลื่นล้มลงไปอีก "ว๊ายยยย.....ช่วยด้วยยยย.....กรี๊ดดดดด...." หล่อนร้องออกมาจนสุดเสียง ก่อนที่จะเงียบแน่นิ่งไป ผีนรกหลายตัวผลุดขึ้นมาจากหลุม กระชากข้อเท้าของหล่อนยึดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ขณะที่ตัวอื่นรีบตะกายขึ้นมาจากหลุมกลุ้มรุมเข้าหาเหยื่ออันโอชะของมัน ช่วยกันลากร่างไร้สติของหล่อนเข้าไปใกล้โลงศพ กร๊อบบ....กร๊อบบบ...กร๊อบบบบ.... กระโหลกของหล่อนถูกมันกัดแทะด้วยความเอร็ดอร่อย เลือดสดๆ สีแดงไหลปนไปกับโคลนเหลวสีดำ... พวกที่เหลือต่างพากันวิ่งหนีไม่คิดชีวิต ไม่มีใครคิดจะย้อนกลับมาช่วยหล่อน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เมื่อเห็นมัจจุราชกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ ผีนรกตัวอื่นกำลังก้าวเดินโขยกเขยกตามหลังมาลักษณะอาการเดินของมันเหมือนกับคนพิการ จึงทำให้เคลื่อนไหวไม่ได้เร็วเท่าที่ควร เพราะเนื้อเยื่อ กล้ามเนื้อตลอดจนเส้นเอ็นต่างๆ ของร่างกายมัน เน่าเปือยเละเทะจนไม่มีชิ้นดีแล้ว
** จบบทที่ 12 ** |
