Categories

Return of the living dead:ผีอมตะ (บทที่ 16)

posted on 29 Feb 2008 10:04 by bookaholic  in Books

 

        ชัคได้แต่ภาวนา ขอให้เพื่อนสาวเคซี่ย์หายจากอาการอกสั่นขวัญแขวนโดยเร็ว เพื่อเขาจะได้มีโอกาสเคลมหล่อนบ้าง ทุกครั้งที่มีเสียงดังขึ้นข้างนอก ไม่ว่าจะเป็นเสียงฟ้าร้อง ฟ้าแลบ เสียงไซเลน หรือเสีสยงร้องโหยหวน ขู่คำรามของผีนรก ร่างของหล่อนสั่นสะท้านอยู่ทุกครั้งที่ได้ยิน เขาเองก็สั่นเหมือนกัน แต่ขณะนั้นไม่ได้สั่นเพราะความกลัว  แต่เพราะอามรมณ์กระสันต์ที่พลุ่งขึ้นมาอย่างแรง เมื่อได้อยู่สองต่อสองกับหล่อน

        ที่สุสาน เขาได้เห็นซูไซด์กับเล็กซ์เล่นเสียวกันอยู่บนโลงศพ ส่วนเคซีย์ก็หลบไปเล่นกับมีท ส่วนตัวเขาอดเพราะไม่มีคนจะเล่นด้วย จึงได้แต่เป็นฝ่ายดูอยู่คนเดียวทำให้เกิดอารมณ์ค้าง

        ทั้งสองคนนั่งประจันหน้ากันอยู่ในห้องทำงานของเฟรดดี้ ในโกดังที่เข้ามาด้วยกันเป็นฝูง แต่บัดนี้ทุกคนหายไปหมดแล้ว คงเหลือแต่เขาและหล่อนอยู่แต่เพียงสองต่อสองเท่านั้น

        หลายครั้งที่ชัคใช้ความพยายาม เข้าคลุกวงในด้วยการกอดรัดหล่อน แต่หล่อนไม่มีอาการตอบสนอง จึงต้องเลิกราไปในที่สุด  เขาพยายามใช้โอกาสที่หล่อนกำลังหวาดกลัวนี้ ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองให้มากที่สุด เพราะหากเป็นเวลาปรกติ เขาก็คงไม่มีโอกาสได้ใกล้หล่อนถึงขนาดนี้

        ในห้องนี้มืดสนิท คงมีแต่เสียงเทียนวอมแวมอยู่เพียงดวงเดียวเท่านั้น ไฟฟ้าดับโทรศัพท์เสีย เพราะเสาไฟฟ้าหักโค่น หิวจนท้องร้องจ๊อก หากาแฟได้เพียงครึ่งถ้วยจากเครื่องเท่านั้น ก็ต้องแบ่งกินกันคนละอึกสองอึก  เขาพยายามเอาใจหล่อน ด้วยการชงกาแฟให้แต่น้ำก๊อกในห้องน้ำร้อนไม่พอ จึงชงไม่ได้

       ตอนที่ทุกคนตัดสินใจจะเดินทางไปหาเฟรดดี้ที่ป่าช้านั่น เคซี่ย์กระซิบกับเขาว่า หล่อนจะไม่ยอมออกไปด้วย เพราะคิดว่าอยู่ที่นี่จะปลอดภัยกว่า เขาเล็งเห็นประโยชน์ที่จะได้จากการอยู่สองต่อสองกับหล่อน  จึงอาสาอยู่เป็นเพื่อน และคิดเช่นเดียวกันกับหล่อนว่า  การอยู่ที่นี่นั้นเสี่ยงอันตรายน้อยกว่าจะออกไปข้างนอก ป่านนี้พวกนั้นอาจจะถูกผีดิบขบสมองตายไปหมดแล้วก็ได้

       ประตูหน้าต่างของห้องนี้ถูกล็อคเอาไว้จนหมดสิ้น เสียงร้องโหยหวนและขู่คำรามดังมาจากห้องใต้ดินเป็นครั้งคราว แต่เขาไม่ได้เกิดความหวาดกลัวอีก เพราะคิดว่าถึงอย่างไรมันก็ขึ้นมาบนนี้ไม่ได้

        "ชัค  เธอคิดว่าจะมีใครมาช่วยเราไม๊ ?" เคซี่ย์ถามเสียงสั่นอยู่ในความมืด

        ชัคดีใจที่หล่อนถามเขา เป็นการเปิดโอกาสให้เขาหาเรื่องพูดกับหล่อน แทนที่จะได้แต่นั่งเงียบกันอยู่แต่เพียงลำพัง

       "ฉันคิดว่าคงมีนะ   ไม่ต้องกลัวหรอก"

       "อาจจะ...จะมีคนมา....แต่ไม่ใช่คนที่เราต้องการก็ได้"

       เขารู้ดีว่าหล่อนหมายถึงอะไร แต่แกล้งทำเฉยเสีย

       ถึงไงตำราจก็คงมาช่วยเราแน่  ได้ยินเสียงไซเรนไม๊ล่ะ  ใจเย็นน่ะ"

       "พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรล่ะ ว่าเราอยู่ที่นี่  มืดตื๊ดตื๋อออกอย่างนี้"

        "เมื่อเขารู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว เขาก็ต้องออกค้นหา  มนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ละน่าไม่ต้องห่วงหรอก"

        "ในห้องนี้ทั้งมืดทั้งเงียบ  ใครเขาจะมาถ่อดู"

         "ถึงไงพรรคพวกเราต้องบอกเขาอยู่ดี"

         "ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ....แต่....ถ้า....เขาไม่มาดูเรา...."  หล่อนทิ้งค้างคำพูดไว้แค่นั้น ริมฝีปากสั่นระริก น้ำตาคลอหน่วย

         "เชื่อเถอะน่า ถึงไงเขาต้องมา  อย่าตีโพยตีพายไปเลย"

        เขาจ้องหน้าหล่อน  ตาเป็นประกายวาวมวามอยู่ในความสลัวลางของแสงเทียน เขาอยากได้ตัวหล่อนมานานแล้ว แต่หล่อนก็ยังไม่เล่นด้วย ทั้งสองเรียนหนังสืออยู่ชั้นเดียวกัน ยิ่งใกล้ชิดมาร่วมแก๊งค์เดียวกัน เขาก็หลงหล่อนหัวปักหัวปำ  ความงามแบบยั่วยวนของหล่อน  ทำให้เขาแทบคลั่ง  ยิ่งเห็นหล่อนดู๋ดี๋กับมีทแล้วยิ่งทุกข์หนัก และมีอาการหึงหวงอย่างแรง

        "เคซี่ย์  ถ้าเธอรอดไปจากที่นี่ได้  เธอจะเห็นโลกแตกต่างไปจากที่เคยเป็นไม๊"  เขาลองเลียบๆ เคียงๆ ถามความในใจของหล่อน

        "เธอหมายความว่า ฉันจะยึดศาสนาเป็นที่พี่งมากขึ้นงั้นรึ?"  หล่อนถาม ทำสีหน้าฉงน เพราะไม่เข้าใจคำถามของอีกฝ่าย

        "เอ้อ...คงยังงั้น  เธอเชื่อเรื่องพระเจ้าไม๊?"

        "ก็ยังงั้นๆ"

        "แล้วเรื่องบาปบุญคุณโทษล่ะ"

        "หมายความว่าไง  ไม่เข้าใจ"

        "อย่างเรื่องเซ็กส์"   เขาวกเข้าเรื่องสำคัญ  "คิดว่าเป็นบาปไม๊  หากจะนอนกับใครก็ได้ที่พอใจ"

        "จะบาปได้ยังไง ในเมื่อเป็นความพอใจของฉัน ไม่เห็นแปลก ไม่ว่าจะเดี่ยวหรือหมู่ หากฉันพอใจซะอย่าง"

        หล่อนมองหน้าคนถามด้วยความแปลกใจ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ ทำไมถึงได้ตั้งคำถามเช่นนี้กับหล่อน  แต่ก็ดีเหมือนกัน การเปลี่ยนหัวข้อเรื่องคุยกันเสียบ้าง ทำให้จิตใจของหล่อนดีขึ้น

        เมื่อได้รู้ว่าหล่อนมีประสบการณ์เล่นเสียว กับผู้ชายทั้งเดี่ยวและหมู่ ทำให้เขาใจแป้วลงไปอึกถนัดใจ  แต่พยายามฝืนไว้  ชวนหล่อนคยต่ออีก

         "เอ้อ...เคซี่ย์...เธอตัดสินใจเลือก  ยังไงว่าจะไปนอนกับใคร"

         "ตอบไม่ถูก   แล้วแต่บุคคล แล้วแต่สถานการณ์ในขณะนั้น ความรู้สึกส่วนลึกของหัวใจจะบอกฉันเองว่าฉันพอใจจะนอนกับใคร"

          ชัคถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่  แข็งใจพูดต่อ

           "แล้วขณะนี้ ....กับฉันหล่ะ หากเราไม่มีชีวิตรอดออกไปได้ โอกาสนี้จะเป็นโอกาสสุดท้ายของเรา ที่จะได้ร่วมรักกัน"

            "นั่นซิ  ฉันกำลังคิดอยู่เหมือนกัน แต่เสียงไอ้ผีดิบที่อยู่ข้างนอกน่ะ มันทำให้ฉันหมดอารมณ์"

           "งั้นเรามาช่วยกันเลื่อนตู้ใบใหญ๋นั่นไปขวางประตูไว้ดีกว่า  กันไม่ให้มันเข้ามาได้"  ดวงตาคนพูดเป็นประกายวาววับ ที่ความหวังเป็นความจริงขึ้นมาได้  อยากจะจับหล่อนลงนอนแล้วจัดการเสียเดี๋ยวนั้นเลย  ในใจนึกภาวนาขออย่าเพิ่งให้มีใครมาช่วยในตอนนี้  เพราะจะทำให้เขาพลาดโอกาสที่รอคอยมานานแสนนานนี้ไป

          "เอาซิ   แต่ฉันก็ยังไม่แน่ใจนะ ว่าจะมีอารมณ์ หวังว่าเธอคงเข้าใจ"

          "ในลอนดอน  สมัยสงครามโลกทั้งที่สองน่ะ  คนเอากันเป็นบ้าเป็นหลัง เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ ยิ่งตอนนี้ด้วยแล้ว  เราจะถูกไอ้ผีดิบมันรุมล้อม ยิ่งหนักกวว่ากลัวโดนลูกระเบิดเสียอีก มาเถอะ..."

          ชัคลุกขึ้นยืน กล้ามเนื้อส่วนนั้นแข็งตึง  กรากเข้าไปรวบร่างหล่อนไว้ในวงแขน ก้มหน้าต่ำลงไปประกบริมฝีปากเข้ากับของหล่อน  บดขยี้อย่างเมามัน เคซี่ย์ครางออกมาเบาๆ  เริ่มขยับตอบโต้เอาบ้าง  ลิ้นต่อสิ้นจึงตวัดรัดกันนัวเนีย  ชัคเลิกชายเสื้อของหล่อนแล้ว สอดมือเลื้อยเข้าไปใต้เสื้อ จับตะปบบเต้าถันข้างหนึ่งของหญิงสาว  พร้อมกับบีบเค้น ครั้งเบา พอบีบสลับกันไปมา  จากเบากลายเป็นรุนแรง  และแรงขึ้นตามอำนาจของอารมณ์กระหาย

         อานุภาพแห่งความใคร่ในตัณหาราคะไม่อาจะหยุดยั้งคนทั้งสอง  หญิงสาวซึ่งครั้งแรกมีใจหวาดหวั่น ความรู้สึกเต็มไปด้วยความกลัว  ทว่าบัดนี้ความกลัวนั้นดูท่าจะเหือดหาย กลายเป็นปลง

         ไหนๆ ชีวิตก็จะดับดิ้นด้วยน้ำมือของผีนรก ลองให้ชีวิตได้ลิ้มรสอีกสักครั้งก่อนที่ชีวิตจะสลายลงไป  ฝ่ายชัคนั้นมีเจตนาแน่วแน่ว่าจะต้องสัมผัสร่วมรักกับเคซี่ย์ให้ได้  ถึงแม้จะอยู่ในระหว่างความเป็นกับความตาย

         ชัคโหมความรู้สึกรุนแรงลงบนริมฝีปากของหญิงสาวทั้งลูบทั้งคลำอย่างเมามันในอารมณ์  เคซีย์เริ่มร้อนพล่านไปทั้งร่าง สองแขนโอบกอดกระชับชัคแนบแน่นราวกับเกรงว่าร่างของเขาจะหลุดลอยไป

        "ตอนนี้คุณคงจะหายตระหนกแล้วซีนะ"  ว่าแล้วเขาก็โน้มร่างของเคซี่ย์ให้นอนลง

        จากความกลัวกลายเป็นไฟสวาทถูกจุดให้ลุกโชนทั้งชัคและเคซี่ย์ต่างปลดเปลื้องสิ่งที่อห่อหุ้มร่างกายอยู่ไม่ให้เหลือ ชัคถึงกับครางออกมา เพราะสิ่งที่เขาหวังในตัวหล่อนมันเริ่มเป็นความจริง

         เมื่อร่างเปลือยเปล่าปราศจากสิ่งปกปิดใดๆ  ท่ามกลางความอึมครึมของมหาภัยที่ตลบอบอวลไปทั่ว   ชัคสามารถมองเห็นผิวเนื้อผ่องใสเปล่งปลั่งประดุจดอกไม้ที่เพ่งจะผลิแย้ม  ส่วนต่างๆ ของของร่างกายนับได้ตั้งแต่ท่อนขาเรียวระหง  น่องได้ส่วนสัดและต้นขาที่ขาวอวบ เขาประทับใจในรูปร่างทุกส่วนจากท้องลาดเนียนลงไปสู่ผืนสามเหลี่ยมที่รกด้วยหญ้าพงสีดำอันอวบนูนชวนให้สายตาลุกโพลง

         "ช่วยสวยเป็นบ้า! "  ชัคเอ็ดอึดอยู่ในใจ

        พลันเขาพรมจูบสูดหอมตรงร่องระหว่างถันทั้งสอง มือหนึ่งเลื่อนลงไปขยี้เวียนวนอยู่บนเนินสามเหลี่ยม  นิ้วก็กรีดวนว่าย  พลางสะกิดปุ่มกระสันต์เพื่อให้เธอจมลึกลงไปสู่ห้วงแห่งไฟอารมณ์  ศรีษะของเคซีย์ขยับเคลื่อนส่ายไปมา บางครั้งก็กระตุกขึ้นลงราวกับคลื่นในทะเลที่พยายามม้วนตัวกระแทกเข้าหาฝั่ง   หักโหม  รุนแรง 

        ชัคขย้ำปากลงไปบนจะงอยถัน  กัดแล้วตอดด้วยลิ้นเบาๆ  เนินอกของหล่อนแอ่นอกสะท้านขึ้นอย่างสุดจะยับยั้ง อา..... รสแห่งการร่วมรักช่างมีรสชาติอย่างเหลือล้ำ  มือทั้งสองข้างของหล่อนเกร็งไปตามจังหวะของฟันที่ขบกัด ของมือที่ลูบไล้  ของนิ้วที่กรีดกรายจากมือของชายผู้เล้าโลมหล่อนอย่างไม่หยุดยั้ง 

        หล่อนเริ่มรู้สึกมีไฟประกายกล้าอยู่ในตัวราวกับหลอมทุกอย่างภายในร่างให้ลุกโชน  ถึงกับครางออกมาผสมผสานกับเสียงอย่างสุดกระสันต์เป็นห้วงๆ ของเขา

        ชัคประคองศรีษะของเธอไว้  แล้วฝังปากลงจูบยังกลีบปากอันอิ่มเต็มของเคซี่ย์  เพื่อเพิ่มไฟสวาทกระสันต์ซ่าน หญิงสาวโอบแขนขึ้นรอบคอเขา มือขวาของหล่อนเลื่อนลงลูบไล้ลงบนแผ่นหลังเป็นลีลาสวาทนุ่มนวล ถึงแม้ความเร่าร้อนในกายของหล่อนใกล้สู่ถึงขีดสุด แต่ดูเธอกลับตระหนกถึงเกมกาม  ยิ่งเร่งเร้า ความสุขสุดยอดยิ่งมาเร็วเท่านั้น 

        หล่อนพยายามเหนี่ยวรั้งจุดเร่งด่วนดังกล่าวนั้น ปล่อยให้จิตภายในล่องลอยไปในห้วงเวหาหาวอย่างหาจุดจบไม่ได้ บางครั้งก็ร้อนแรงไปตามจังหวะของการสัมผัสจากชายหนุ่มคู่สวาทของเธอ  หญิงสาวครางออกมาหลายครั้ง  และบางครั้งเสียงที่ครางออกฟังดูประดุจทารกสำลักนมมารดา เสียงอู้อี้อืออาอยู่ในคอฟังไม่ได้ศัพท์

        ชัคค่อยๆ โหมไฟสวาทบนร่างเคซี่ย์ให้แรงขึ้น ทั้งปากทั้งมือเลื่อเข้าสู่จุดสวาททุกส่วนสัดบนร่างกายหญิงสาว วนเวียนไปยังจุดนั้นจุดนี้ หล่อนถึงกับบิดกายเร่าๆ ร่าวกับถูกไฟเผา  อารมณ์ของหล่อนกระเจิงเข้าสู่ความคลั่งไคล้จนกว่าจะสิ้นสุดความพอใจ

       และแล้ว  เคซี่ย์ก็ตอบสนองเขาโดยสำนึกด้วยแรงปรารถนา หล่อนป้อนความสุขให้อย่างที่เขาคาดไม่ถึงเหมือนกัน ทั้งมือทั้งปากซอนไซร้อยู่กับร่างของเขา  ผลัดกันรุกผลัดกันรับ ดูดดื่มซาบซ่าเหมือนดิ่งเข้าไปสู่ประตูสวรรค์อยู่ร่อมร่อ

       ทันใดร่างสันทัดกำยำ  ทว่ากร้าวแกร่งขึ้นทาบทับร่างอันกระเส่าร้อนเร่าของหญิงสาว  ขณะกำลังบิดเบี้ยวหวาดเสียวอย่างสุดกระสันต์  พลันเขาแทรกส่วนสำคัญอันใหญ่แข็งแกร่งลงอยู่ร่องรักภายในแนบแน่น  เคซี่ย์กระตุกร่างแอ่นสะโพกรับและบิดกายไปมา เสียงครางดังออกมาจากปากราวกับถูกของหนักๆ  กระทุ้ง 

       เขากลับกระแทกกระทั้นหนักข้อขึ้นราวกับจะป่นร่างให้ทะลายเคซี่ย์กระหวัดแขนทั้งสองขึ้นกอดรัดร่างเขาแนบแน่น ขณะจุดสุดท้ายอันเป็นจุดสุดยอดกำลังจะทะลักทะลายประดุจคลื่นทะเลยักษ์กำลังสาดซัดม้วนตัวเข้าหาฝั่ง

       "ชัค....โปรดอย่าทรมานฉัน  รีบๆ ทำฉันเข้าเร็วเหอะ"  หล่อนร้องขึ้นอย่างสุดกระสันต์

       ในที่สุดความร้อนแรงแผ่ซ่นไปทั่วทุกเส้นเลือด เขาทวีความเร่งเร้ารุนแรงด้วยทุกช่วงบึกบึนของเขา เคซี่ย์ครางครวญไปหยุดปาก  กระทั่งต้องร้องแทรกกลางเสียงเครือครางออกมาสุดจะยับยั้ง  สุดเสียวสุดขาดใจ หล่อนกางเล็บเข้าจิกหยิกครูด ทั้งกอดกระหวัดเหนี่ยวโน้มคอของเขาอย่างลืมตัว

        ทันใดพายุซึ่งพัดกระหน่ำโหมรุนแรงแต่แรก  บัดนี้มันสะท้านเยือกหนาวเหน็บ ลดความรุนแรงลงแล้ว ค่อยๆ หยุดสงบลงแน่นิ่ง....... 

 

 

  ** จบบทที่ 16 **

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry