Categories

Return of the living dead:ผีอมตะ (บทที่ 18)

posted on 09 Mar 2008 19:00 by bookaholic  in Books

 

     ในโบสถ์อันเงียบสงัด ร่างของคนป่ายทั้งสอง นอนบิดตัวเป็นเกลียวอยู่ที่พื้นพรมปากอ้ากว้าง น้ำลายเหนียวหนับไหลย้อยออกมาข้างปาก  ดวงตาแดงก่ำเบิ่งโพลง ลมหายใจอ่อนหวิวเหมือนจะขาดรอนๆ ตามเนื้อตัวและหน้าตาเป็นปื้นสีม่วงคล้ำตลอด มือกดอยู่ที่ท้อง  นอนตัวงอ  บางครั้งกัดฟันกรอด ส่งเสียงครางและขู่คำรามเป็นระยะๆ

      ทิน่านั่งเฝ้าเฟรดดี้อย่างใกล้ชิดไม่ยอมห่าง สะอื้นฮักๆ น้ำตาไหลพรากอาบแก้มขาวซีด  ทันใดนั้น เฟรดดี้กลิ้งตัวหลุนๆ ออกไปห่างแล้วลุกขึ้นทำท่าเหมือนคลานสี่ขา  แดงก่ำ ขุ่นขวางแววตาแสดงความอาฆาตแค้น จ้องมองหล่อนโดยไม่กะพริบ หญิงสาวหวีดร้อง ยกมือขึ้นปิดปากเมื่อเห็นอาการของคนรัก

     เฟรดดี้ส่งเสียงขู่คำราม โยกตัวเบาๆ  พูดเสียงในลำคอช้าๆ ขึ้นว่า

       "ทิน่า.....ที่ร้ากกก"  ปรกติแล้วเขาไม่เคยเรียกหล่อนด้วยถ้อยคำอย่างนี้มาก่อนเลย  น้ำเสียงนั้นสั่นพร่าต่ำลึก และแหบห้าวในขณะเดียวกัน เหมือนไม่ใช่เสียงเดิมของเขา

       "ข้าปวด   ปวดเหลือเกิน...ปวดเกินกว่าจะบรรยายได้....ปวด....ปะ...ปวดจนเอ็งนึกไม่ถึง"  เขาบิดตัวไปมาแสดงอาการเจ็บปวดจนสุดจะทน

       "วิธีการเดียวที่จะ...จะบรรเทา...ความเจ็บปวดได้....คือ...."     หล่อนเขยิบเข้าไปใกล้ เอ่ยปากถามด้วยความร้อนรน เพราะหวังจะช่วยคนรักให้หายจากอาการทรมาน แต่คำตอบที่ได้รับ ทำให้หล่อนแทบหัวใจวายในทันทีนั้นเอง

       "มัน.....มันสมองมนุษย์....สดๆ"   

      ร่างของเฟรดดี้กระตุก และทำท่าเหมือนกับจะกระโจนเข้าหาหล่อน

       กรี๊ดดดดด.........

        หญิงสาวร้องออกมาจนสุดเสียง ผงะถอยหลังออกมา ลุกขึ้นยืน หันหลังชนข้างฝา ถอยหนีไปรอบห้อง เฟรดดี้พยุงกายกายลุกขึ้น  โซซัดโซเซเดินเข้ามาหาหล่อนช้าๆ

       "ทิน่า...ข้าอยากกินมันสมองมนุษย์สดๆ....เดี๋ยวนี้....แต่ไม่อยากให้เป็น...ขะ....ของเอ็ง..."

       "เฟรดดี้คุณพูดอะไรออกมาน่ะ "   ทิน่าน้ำตาไหลพราก ถอยหลังกรูด

       "ออกไป....ออกไปให้พ้น...กะ...ก่อนที่ข้าจะควบคุมสติตัวเองมะ...ไม่ได้.....ข้าหิว....หิวจนทนมะ...ไม่ไหวแล้ว ....ออกปะ...ไป....ล็อค...ประตูด้วย....ข้ากับไอ้ตัวนั้นจะดะ...ได้ออก...ไปมะ...ไม่ได้...ไป...."

      แฟรงค์ผลุดลุกขึ้นยืน ย่างสามขุมเข้าหาหญิงสาว น้ำลายไหลยืดเป็นทาง

      "สมอง.....สมอง.....หิว....."

      กรี๊ดดดดด  ช่วยด้วยยยยย......

       หญิงสาวกรีดร้องขอความช่วยเหลือจนสุดเสียง  วิ่งปราดไปที่ประตู ทุบประตูจนสุดแรงเกิด   เฟรดดี้พุ่งตัวเข้ารวบขาของแฟรงค์ไว้   แฟรงค์เสียหลักล้มทับลงไปบนตัวเฟรดดี้  ผีดิบทั้งสองตัวต่อสู้กันเป็นพัลวัล ตัวหนึ่งต้องการจะปกป้องทิน่าคนรัก  ด้วยสติสัมปชัญญะของความเป็นมนุษย์ครั้งสุดท้ายซึ่งคงเหลืออย่เพียงน้อยนิด  อีกตัวหนึ่งต้องการจะกินมันสมอง เสียงขู่คำราม กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างแรง  ขบกัดฉีกกระชากเนื้อหนังของอีกฝ่าย  จนกระดูกโผล่ออกมานอกเนื้อขาวเว่อ  แต่ไม่มีเลือดออกแม้แต่หยดเดียว

       "เออร์นี่.....เออร์นี่.....ช่วยด้วย......"   ทิน่าร้องเสียงดัง และทุบประตูสุดแรงเกิด

    เออร์นี่ชะงักฝีเท้ากึก เงี่ยหูฟัง เมื่อรู้ว่าเสียงนั้นมาจากที่ใดแน่  เขาออกวิ่งปราดไปที่ประตูโบสถ์ทันที ล้วงหยิบกุญแจประตูในกระเป๋ากางเกง มือไม้สั่นระริก  ทันทีที่ประตูเปิดออก  ร่างสั่นสะท้านเหมือนลูกนกของทิน่าก็โผเข้าสู่อ้อมอกของเขา  หล่อนสะอื้นฮักจนตัวโยน เขาโอบกอดหล่อนแน่นไว้ในวงแขน  รีบพาเดินออกมากระแทกประตูปิดอย่างแรง

    ผีดิบทั้งสองตัวต่อสู้กันอย่างหนัก  เฟรดดี้เสียทีถูกแฟรงค์ขึ้นนั่งคล่อมอก  ใช้โคมก่งปักเทียนซึ่งมีอยู่สองง่าม กระทุ้งลงไปบนดวงตาของเฟรดดี้อย่างแรง น้ำข้นๆ ในลูกนัยน์ตากระเด็นไปถูกข้างฝา

        ฉึก.....จ๊ากกกก.....ฟ่อ.....

     ผีดิบเฟรดดี้ร้องจ้ากออกมาเสียงดัง ตามด้วยเสียงขู่คำรามด้วยความแค้น  มันพูดเสียงต่ำแหบพร่า ลงมือึ้นกุมดวงตาทั้งสอง

       "ตะ....ตะข้าบอดละ....แล้ว....บอดแล้ว...."

       "เฟรดดี้"  ทิน่าซบสะอื้นอยู่กับอกของเออร์นี่ด้วยความเวทนาคนรัก ซาบซึ้งในความรักของเขาที่มีต่อหล่อน ถึงแม้จะกลับกลายร่างเป็นอมนุษย์ไปแล้ว  เขาก็ยังพยายามปกป้องหล่อน  จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่สายใยแห่งชีวิตความเป็นมนุษย์ขาดผึงลง

       เออร์นี่ตระคองกอดหล่อนไว้แนบแน่น ปลอบเบาๆ ขึ้นว่า

       "ทำใจดีๆ ไว้  ปลงซะเถอะทิน่า  แฟรงค์และเฟรดดี้ตายจากเราไปแล้ว  ที่เห็นน่ะเป็นเพียงร่างผีตายซากของเขาเท่านั้น และสิ่งที่อยู่ในตัวเขาขณะนี้ก็ไม่ใช่เขา  แต่เป็นผีนรกซึ่งฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา  มันจะทำลายล้างมนุษย์ทุกคน  อาหารของมันก็คือมันสมองมนุษย์สดๆ "

     ผีดิบทั้งสองตัวเลิกต่อสู้กันแล้ว ช่วยกันทุบประตูโบสถ์เสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนน่ากลัวว่ากลอนจะหลุด เสียงนั้นทำให้มีทและเบอร์ทวิ่งตรงมายังที่คนทั้งสองยืนอยู่  เสียงนั้นทำให้มีทและเบอร์วิ่งตรงมายังที่คนทั้งสองยืนอยู่ เมื่อเห็นทิน่ายืนตัวสั่นระริกอยู่ในอ้อมแขนของเออร์นี่ ก็เดาเหตุการณ์ได้ทันที

    มีทโพล่งออกมาอย่างเหลืออด  "เป็นไง  บอกแล้วไม่เชื่อ  รั้นดีนัก"

    "หยุดเห่าซะที  อย่ายุ่งกะหล่อนนะ"  เออร์นี่ปรามเสียงเครียด

     เสียงประตูโบสถ์ถูกเขย่าแรงหนักขึ้นทุกที

      "เฮ้  ช่วยกันเอาไม้ขึ้นมาปิดประตูหน่อย ตอกปิดเลย อย่าให้มันออกมา"  เออร์นี่ปล่อยร่างของทิน่าร้องเรียกพรรคพวกให้ช่วยกัน

     แต่ทั้งเบอร์ทและมีทยืนเฉย

      "ผมบอกแล้ว่า   จะไปจากที่นี่  ถ้าคุณขืนยังดันทุรังอยู่ที่นี่อีก  ก็เชิญอยู่ไปคนเดียว"   มีทพูดใส่หน้าแล้วออกเดิน

      "เบอร์ท ช่วยกันหน่อยซิ นายเป็นคนหาเรื่องยุ่งมาให้ฉันเองนะ"  เออร์นี่หันไปขอร้องเบอร์ทอีกคน

      "เหมือนกัน  ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งนาย  แต่ชวนแล้ว นายไม่ยอมไปเอง ช่วยไม่ได้"

      "ทิน่า   ว่าไงจะไปด้วยกันไม๊? "  มีทหันมาถามหล่อน

      "ไม่ ฉันอยู่กับเออร์นี่"  หล่อนตอบอย่างเด็ดเดี่ยวและด้วยความมั่นใจ

       "ไปแล้วอย่ากลับมาอีกนะ"  เออร์นี่สำทับตามหลัง  ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินจากไป ก่อนจะลับร่างเบอร์ทยังหันมาพูดอีกว่า

       "เออร์นี่ แล้วฉันจะส่งกำลังทหารมาช่วยนาย"

       ทิน่าช่วยเออร์นี่ขนของจำเป็นที่จะใช้ตอกปิดประตูโบสถ์  มีทและเบอร์ทกำลังปรึกษากันถึงทางหนีทีไล่ที่จะออกไปข้างนอก

      "มีท แกคอยช่วยกันฉันไว้นะ  อย่าให้ไอ้ผีดิบเข้าถึงตัวฉันได้  ฉันจะวิ่งไปที่รถด้านข้างคนขับ พอฉันขึ้นนั่งได้แล้วจะเปิดประตูอีกด้านให้แก"

       "ทุเรศ   ให้ขึ้นทีหลัง"

      เออร์นี่เป็นคนเปิดประตูให้คนทั้งสองออกไป มีทและขวานอยู่ในมือ ส่วนเบอร์ทมีค้อน พอประตูเปิด ทั้งสองก็พุ่งตัววิ่งออกไปข้างนอกเหมือนลูกธนูพุ่งออกจากแหล่ง เออร์นี่ปิดประตูล็อคแน่นสนิท

      ผีดิบกำลังเพลิดเพลินอยู่กับซากศพของตำรวจเคราะห์ร้ายทั้งสองคน  เมื่อเห็นเหยื่อรายใหม่ มันก็ผละจากซากเก่า กรูกันเข้าหา เสียงขู่คำรามดังกระหึ่มขึ้น กลิ่นเหม็นเน่าโชยตลบ

       ฮือ.....ฮือ.....สมอง.....สมอง....

       โพละ.....ฉับ....โพละ.....ฉับ....

      เบอร์ทควงค้อนก๋า ฟาดโพละลงไปบนหัวของฝีนรกหลายตัว คมขวานในมือของมีทก็ทำหน้าที่โดยไม่หยุดยั้ง  ทั้งแตะทั้งถีบเป็นพัลวัล เมื่อไม่ให้พวกมันเข้าถึงตัวประชิดวงในได้  ทั้งหัว แขน นิ้ว และชิ้นส่วนของร่างกายเน่าเละเทะของพวกมัน ขาดกระจายเกลื่อนกลาดพื้นดิน 

      เบอร์ทเปิดประตูรถเข้าไปประจำที่นั่งคนขับแล้วกดล็อค  เอื้อมมือไปเปิดประตูอีกข้างให้มีท ซึ่งกำลังควงขวานเข้ามา  กระโดดขึ้นนั่งแล้วปิดประตูล็อค  ผีนรกไม่ยอมหยุดยั้งความพยายามของพวกมัน กรูเข้าล้อมรถ ทุบตัวถังและใช้อิฐก้อนใหญ่ปาเข้ามาในรถ แต่ติดประตูรถ เปรี้ยง!  กระจกแตกร้าวเป็นแถบ เบอร์ทสตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่น กระชากรถออกจากที่ พุ่งเข้าใส่ร่างของผีนรกที่ยืนขวางหน้าอยู่ล้มระเนระนาด

        กร๊อบบบ....กร๊อบบบบบบ.....โพละ........โพละ....

       เสียงล้อรถทับลงไปบนกระดูก ลำตัวและกะโหลกของมัน  บี้แบนติดดิน  ผีนรกตัวหนึ่งกระโดขึ้นไปบนหลังคารถได้ พอรถออกวิ่งมันก็ห้อยหัวลงมาที่กระจกหน้ารถ ใช้มือปัดที่ปัดน้ำฝน จ้องถมึงทึงเข้าใส่คนทั้งสองในระยะใกล้ เบอร์ทกดปุ่มให้ที่ปัดน้ำฝนทำงาน เพื่อขับไล่มัน แต่ไม่มีผล มันเอื้อมมือไปทุบกระจกด้านข้าง ล้วงเข้าไปในร่องกระจกที่แตกเพราะโดนก้อนอิฐปา ไขว่คว้าเฉียดคอหอยเบอร์ทไปหวุดหวิด 

      เบอร์ทหักพวงมาลัยไปมารถเหวี่ยงไปทางซ้ายทีขวาที ร่างของมันเสียหลักตกลงมาจากหลังคารถ แต่มือไวคว้าขอบกระจกไว้ได้ ความคมของกระจกบาดนิ้วเน่าของมัน  หล่อนแหมะลงมาบนตักของเบอร์ท เขาสะดุ้งสุดตัว  ทำหน้าขยะแขยง ขนลุกขนพอง เพียงแค่นิ้วเดียว ในรถยังเหม็นเน่าหึ่งจนทนแทบไม่ไหว

     จ๊ากกก....

      เบอร์ทแหกปากร้องออกมาเสียงดังลั่น  หักพวงมาลัยกลับ รถเหวี่ยงไปมาอย่างแรง

     มีทก็ร้องเช่นเดียวกัน ยกสองมือขึ้นปิดหน้า

      เอี๊ยดดดด.....โครม......กร๊อบ......

       รถเหวี่ยงซ้ายเหวี่ยงขวาขึ้นไปบนทางเท้า อัดร่างเน่าเละเทะของผีนรกที่ห้อยติดอยู่ห้างรถ เข้ากับกำแพงสุสานอย่างแรง ร่วงผล็อยลงไปกองกับพื้น เบอร์ทหักพวงมาลัยกลับ  เฆี่ยนรถออกไปสู่ถนนใหญ่

      "เฮ้อ.....คุณพระช่วย !! "  มีทถอนหายใจเฮือกยกมือที่ปิดหน้าออก

      เบอร์ทเหยียบคันเร่งจนมิด นำรถวิ่งฝ่าสายฝนตรไปยังโกดัง

       "เฮ้ย  เอานิ้วออกให้ดี"  เบอร์ทร้องเสียงดัง เมื่อพ้นเขตอันตรายมาแล้ว

       เขาเปิดไฟในรถเหนือหัวขึ้น แสงไฟส่องให้เห็นนิ้วเน่ากระดุกกระดิกอยู่บนตัก

       "ยี้....เร็วซิวะ"

        เบอร์ทขยับตัว นิ้วนั้นจึงหล่อนลงไปดิ้นอยู่ที่พื้นหน้ารถ  มีทมองตาม ทำหน้าขยะแขยงขนลุกขนพองเปิดลิ้นชักหน้ารถ หยิบเศษผ้าเก่าๆ  ออกมาขยุ้มลงไปบนนิ้วเน่า ไขกระจกหน้าต่างออก หยิบโยนทิ้งไป แล้วรีบไขกระจกขึ้น....

       เออร์นี่และทิน่าช่วยกันใช้ตะปูตอกไม้ กระดานเปิดขวางประตูโบสถ์ไว้  เพื่อกันไม่ให้ผีดิบสองตัวที่อยู่ข้างในออกมาได้ เสร็จแล้วก็เดินกลับไปทางเดิมยังไม่ทันจะเลี้ยวมุม

       โครม.....ผีดิบแฟรงค์และเฟรดดี้พังประตูออกมาได้  มันรีบเดินโขยกเขยกตามหลังคนทั้งสองไป

        สมอง.....สมอง..........

       แฟรงค์เดินนำหน้า ส่วนเฟรดดี้ใช้มือคลำทางเปะปะ น้ำเหนียวข้นคลั่กแห้งกรังอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง  

       เออร์นี่พาทิน่าวิ่งมาถึงห้องที่เป็นทางขึ้นไปสู่ห้องใต้หลังคา เขากดปุ่ม เมื่อบันไดลิงห้อยลงมา เขารีบปืนขึ้นไปก่อน แล้วฉุดให้หญิงสาวปืนตามขึ้นไป พอขึ้นไปได้พ้นตัว หันกลับมาจะชักบันไดขึ้น ก็ปรากฏว่าแฟรงค์เดินมาถึงตัวแล้ว  และกำลังปืนบันตามขึ้นมา จึงไม่สามารถดึงบันไดกลับขึ้นมาได้  ต้องเปลี่ยนแผนเป็นใช้ไม้กระดานปิดปากทางขึ้น 

       ทั้งสองคนใช้น้ำหนักตัวช่วยกันนั่งทับไม้กระดานไว้  ขณะที่เออร์นี่ระดมกำลังที่มีอยู่ทั้งหมด ตอกตะปูโป้งๆ ลงไปบนไม้ที่พาดปิดไว้นั้น

      สมอง.....สมอง.......

      แฟรงค์ปืนตามขึ้นมาจนถึงมากทาง เมื่อมีไม้ตอกปิด มันใช้มือทุบเสียงดังสนั่น ปากก็ร้องเรียกหาอาหารอันเอมโอชของมัน

     เฟรดดี้คลำทางเปะปะมาเรื่อยๆ

     "ทิน่า.....อยู่หนายยยย...."

     "โอ  เฟรดดี้"  หล่อนอุทาน พร้อมกับรีบยกมือขึ้นปิดปาก  ทั้งเศร้าทั้งหวาดกลัวในตัวคนรรักเป็นที่ยิ่ง

      เออร์นี่ระดมกำลังตอกตะปูต่อไปโดยไม่หยุดยั้ง

 

 *** จบบทที่ 18 ***

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry